책 세부 정보
형식
페이퍼백
페이지
160
언어
태국어
출판됨
Jan 1, 2005
출판사
สำนักพิมพ์ผีเสื้อ
ISBN-10
9741402813
ISBN-13
9789741402816
설명
ฉันเลือกการ์ดอันต่ำต้อยนี้
'จากทิวทัศน์แห่งบรรดาแคว้นอันเรืองรอง
ฉันเลือกการ์ดอันต่ำต้อยนี้
เพื่อมอบแด่แม่ผู้เป็นที่รัก'
คำอวยพรวันเกิดให้มารดาเลี้ยงของเด็กอายุ ๑๑ ปี ที่เมื่อบิดานำไปอ่าน และกล่าวแก่เขาเพียงประโยคเดียวว่า
'ไปหลอกใครมา'
นั่นคือคำวิจารณ์แรกสำหรับผลงานของ 'เนฟตาลี ริการ์ด เรเยส บาโซอัลโต' หรือในนามปากกา 'ปาโบล เนรูด้า'
แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางให้ฅนผู้นี้ก้าวไปสู่การเป็นกวี ฅนสำคัญของประเทศชิลี ละตินอเมริกา และโลกวรรณกรรมสากลยุคศตวรรษที่ ๒๐ แต่อย่างใด
ตรงกันข้าม เมื่อปี ๒๕๒๔ ปาโบลฺ เนรูด้าได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมขณะอายุได้ ๖๗ ปี
ไม่ได้รู้จักกวีผู้นี้มาก่อน
เพิ่งรู้จักและอ่านงานของเขาจากหนังสือบทกวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบท และบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท ที่ ภาสุรี ลือสกุล แปลเป็นภาษาไทย เพื่อฉลอง ๑๐๐ ปี ชาตกาลของกวีผู้นี้นี่เอง
สำนักพิมพ์ผีเสื้อได้นำสาส์นของ 'หลุยส์ อัลแบร์โต เซปุล เบตา' เอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย มาตีพิมพ์ในหนังสือที่ร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ด้วย
เอกอัครราชทูตชิลีบอกว่า
สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักเนรูด้าดีพอ ข้าพเจ้าขอเชิญชวนให้ก้าวสู่เส้นทางยาวไกลและน่าตื่นเต้นที่ฝังลึกในกวีนิพนธ์ของกวีผู้นี้ โดยการอ่านเริ่มที่ผลงานนี้ เริ่มด้วยกวีนิพนธ์รักแห่งวัยหนุ่มสาว
วันพรุ่งนี้อาจเป็น 'ณ มาชู ปิกชู' 'บทกวีแห่งทวีป' 'สเปนในดวงใจ' หรือผลงานสะท้อนรักลุ่มหลงในวัยกลางฅนอย่าง 'บทกวีแห่งกัปตัน'
เนรูด้าได้อุทิศตนแด่พันธะอันมีต่อความรัก ชีวิต และผู้ยากไร้ ในแผ่นดินนี้ ด้วยแรงปรารถนา ข้าพเจ้ากล้ากล่าวว่า เมื่อท่านเข้าถึงผลงานของกวีผู้นี้ ท่านจะได้พบความซับซ้อนลุ่มลึกของความคิดและหัวใจของกวีที่ยังไม่ได้เบ่งบาน
ประโยคสุดท้ายที่ว่า 'หัวใจกวีที่ยังไม่ได้เบ่งบาน' เอกอัครราชทูตชิลี น่าจะต้องการซ่อนอะไรไว้หลายๆ อย่าง
หากจะหมายถึงหนังสือ 'กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบท และบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท' นี้
'ปาโบล เนรูด้า' ซึ่งเขียนผลงานนี้เมื่ออายุเพียง ๒๐ ปี ก็มอง 'ความรัก' ผ่านบทกวีนิพนธ์แห่งรักในทางที่ไม่สดใสนัก และเมื่อต้องจบลงที่บทเพลงแห่งความสิ้นหวังด้วยแล้ว
หัวใจของกวีย่อมไม่เบ่งบานอย่างแน่นอน
หรือหากมองผ่านชีวประวัติที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือ 'ปาโบล เนรูด้า' ที่ได้อุทิศตนต่อสู้ทางการเมือง เพื่อชีวิตและผู้ยากไร้ในแผ่นดินชิลีผ่านพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ไม่อาจบรรลุผลอย่างเต็มที่ ในช่วงบั้นปลายชีวิตเขาและสหายเผชิญชะตากรรมทางการเมือง 'อันหนักหน่วง' จากจอมเผด็จการ นายพลปิโนเชต์
จน ๑๙ ปีให้หลัง เมื่อประชาธิปไตยคืนมาสู่ชิลีอีกครั้ง ปรารถนาสุดท้ายของปาโบล เนรูด้าจึงสัมฤทธิ์ผล
ซึ่งก็เป็นเพียงแค่ศพของเขาถูกย้ายไปฝังเคียงข้างกับคู่ชีวิตที่เขารักและผูกพันเท่านั้น
เพราะเหตุนี้กระมัง เอกอัครราชทูตชิลีถึงกล่าวถึงภาวะ 'หัวใจกวีที่ยังไม่ได้เบ่งบาน' เมื่อเราได้เข้าถึงผลงานของกวีผู้นี้
อ่านหนังสือเล่มนี้ในภาวะที่ 'หัวใจมิได้เบ่งบาน' เช่นกัน ด้วยเหตุผลนี้จึงเหมือน 'จูน' เข้ากับความรู้สึกของเขาที่สื่อออกมาอย่างยิ่ง
แค่กวีบทแรกในชีวิตที่เขาเขียน ที่ยกมาเปิดเรื่อง 'จากทิวทัศน์แห่งบรรดาแคว้นอันเรืองรอง ฉันเลือกการ์ดอันต่ำต้อยนี้ เพื่อมอบแด่แม่ผู้เป็นที่รัก'
ก็ทำให้อึ้งไปเหมือนกัน
และเมื่อไล่เรียงไปทีละบท ทีละบท เต็มตื้นอย่างไรบอกไม่ถูก อยากให้ลองไปหาอ่านดู โดยเฉพาะบทสุดท้าย
'บทเพลงความสิ้นหวัง'
ความทรงจำของเธอผุดขึ้นจากค่ำคืนที่มีฉันอยู่
แม่น้ำมัดตรึงความโศกตรมอันดื้อรั้นแห่งตนไว้กับท้องทะเล
ถูกทิ้งละผละไปดุจท่าน้ำยามอรุณรุ่ง
คือวารแห่งการจากลา อนิจจา ผู้ถูกทอดทิ้ง!
บนหัวใจฉันพร่างพรมด้วยกลีบบุปผาอันเย็นเยียบ
อนิจจา หลุมบ่อแห่งหยากเยื่อ
ถ้ำหฤโหดแห่งชาวเรืออับปาง!
ในเธอ ไฟสงครามและการโบยบินสะสมถมทวี
จากเธอ หมู่วิหคแห่งบทเพลงกระพือปีกบิน
เธอกลืนกินทุกสิ่ง ประหนึ่งทางไกลแสนไกล
เปรียบดุจท้องทะเล
ดังเช่นกาลเวลา ทุกสิ่งในเธอคือนาอับปาง!
คือโมงยามความรื่นเริงแห่งการจู่โจมและจุมพิต
ช่วงยามความตื่นตะลึงซึ่งโชนแสงเฉกเช่นประภาคาร
แรงปรารถนาแห่งนายเรือ
ความโกรธเกรี้ยวของนักประดาน้ำผู้มืดบอด
แรงลุ่มหลงสับสนแห่งรัก ทุกสิ่งในเธอคือนาวาอับปาง!
ฯลฯ
จากคอลัมน์ ร่มรื่นในเงาคิด
โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับที่ ๑๓๕๘ ๒๕-๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๙
'จากทิวทัศน์แห่งบรรดาแคว้นอันเรืองรอง
ฉันเลือกการ์ดอันต่ำต้อยนี้
เพื่อมอบแด่แม่ผู้เป็นที่รัก'
คำอวยพรวันเกิดให้มารดาเลี้ยงของเด็กอายุ ๑๑ ปี ที่เมื่อบิดานำไปอ่าน และกล่าวแก่เขาเพียงประโยคเดียวว่า
'ไปหลอกใครมา'
นั่นคือคำวิจารณ์แรกสำหรับผลงานของ 'เนฟตาลี ริการ์ด เรเยส บาโซอัลโต' หรือในนามปากกา 'ปาโบล เนรูด้า'
แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางให้ฅนผู้นี้ก้าวไปสู่การเป็นกวี ฅนสำคัญของประเทศชิลี ละตินอเมริกา และโลกวรรณกรรมสากลยุคศตวรรษที่ ๒๐ แต่อย่างใด
ตรงกันข้าม เมื่อปี ๒๕๒๔ ปาโบลฺ เนรูด้าได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมขณะอายุได้ ๖๗ ปี
ไม่ได้รู้จักกวีผู้นี้มาก่อน
เพิ่งรู้จักและอ่านงานของเขาจากหนังสือบทกวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบท และบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท ที่ ภาสุรี ลือสกุล แปลเป็นภาษาไทย เพื่อฉลอง ๑๐๐ ปี ชาตกาลของกวีผู้นี้นี่เอง
สำนักพิมพ์ผีเสื้อได้นำสาส์นของ 'หลุยส์ อัลแบร์โต เซปุล เบตา' เอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย มาตีพิมพ์ในหนังสือที่ร่วมเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ด้วย
เอกอัครราชทูตชิลีบอกว่า
สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้จักเนรูด้าดีพอ ข้าพเจ้าขอเชิญชวนให้ก้าวสู่เส้นทางยาวไกลและน่าตื่นเต้นที่ฝังลึกในกวีนิพนธ์ของกวีผู้นี้ โดยการอ่านเริ่มที่ผลงานนี้ เริ่มด้วยกวีนิพนธ์รักแห่งวัยหนุ่มสาว
วันพรุ่งนี้อาจเป็น 'ณ มาชู ปิกชู' 'บทกวีแห่งทวีป' 'สเปนในดวงใจ' หรือผลงานสะท้อนรักลุ่มหลงในวัยกลางฅนอย่าง 'บทกวีแห่งกัปตัน'
เนรูด้าได้อุทิศตนแด่พันธะอันมีต่อความรัก ชีวิต และผู้ยากไร้ ในแผ่นดินนี้ ด้วยแรงปรารถนา ข้าพเจ้ากล้ากล่าวว่า เมื่อท่านเข้าถึงผลงานของกวีผู้นี้ ท่านจะได้พบความซับซ้อนลุ่มลึกของความคิดและหัวใจของกวีที่ยังไม่ได้เบ่งบาน
ประโยคสุดท้ายที่ว่า 'หัวใจกวีที่ยังไม่ได้เบ่งบาน' เอกอัครราชทูตชิลี น่าจะต้องการซ่อนอะไรไว้หลายๆ อย่าง
หากจะหมายถึงหนังสือ 'กวีนิพนธ์แห่งรักยี่สิบบท และบทเพลงความสิ้นหวังหนึ่งบท' นี้
'ปาโบล เนรูด้า' ซึ่งเขียนผลงานนี้เมื่ออายุเพียง ๒๐ ปี ก็มอง 'ความรัก' ผ่านบทกวีนิพนธ์แห่งรักในทางที่ไม่สดใสนัก และเมื่อต้องจบลงที่บทเพลงแห่งความสิ้นหวังด้วยแล้ว
หัวใจของกวีย่อมไม่เบ่งบานอย่างแน่นอน
หรือหากมองผ่านชีวประวัติที่ถูกตีพิมพ์ในหนังสือ 'ปาโบล เนรูด้า' ที่ได้อุทิศตนต่อสู้ทางการเมือง เพื่อชีวิตและผู้ยากไร้ในแผ่นดินชิลีผ่านพรรคคอมมิวนิสต์ ก็ไม่อาจบรรลุผลอย่างเต็มที่ ในช่วงบั้นปลายชีวิตเขาและสหายเผชิญชะตากรรมทางการเมือง 'อันหนักหน่วง' จากจอมเผด็จการ นายพลปิโนเชต์
จน ๑๙ ปีให้หลัง เมื่อประชาธิปไตยคืนมาสู่ชิลีอีกครั้ง ปรารถนาสุดท้ายของปาโบล เนรูด้าจึงสัมฤทธิ์ผล
ซึ่งก็เป็นเพียงแค่ศพของเขาถูกย้ายไปฝังเคียงข้างกับคู่ชีวิตที่เขารักและผูกพันเท่านั้น
เพราะเหตุนี้กระมัง เอกอัครราชทูตชิลีถึงกล่าวถึงภาวะ 'หัวใจกวีที่ยังไม่ได้เบ่งบาน' เมื่อเราได้เข้าถึงผลงานของกวีผู้นี้
อ่านหนังสือเล่มนี้ในภาวะที่ 'หัวใจมิได้เบ่งบาน' เช่นกัน ด้วยเหตุผลนี้จึงเหมือน 'จูน' เข้ากับความรู้สึกของเขาที่สื่อออกมาอย่างยิ่ง
แค่กวีบทแรกในชีวิตที่เขาเขียน ที่ยกมาเปิดเรื่อง 'จากทิวทัศน์แห่งบรรดาแคว้นอันเรืองรอง ฉันเลือกการ์ดอันต่ำต้อยนี้ เพื่อมอบแด่แม่ผู้เป็นที่รัก'
ก็ทำให้อึ้งไปเหมือนกัน
และเมื่อไล่เรียงไปทีละบท ทีละบท เต็มตื้นอย่างไรบอกไม่ถูก อยากให้ลองไปหาอ่านดู โดยเฉพาะบทสุดท้าย
'บทเพลงความสิ้นหวัง'
ความทรงจำของเธอผุดขึ้นจากค่ำคืนที่มีฉันอยู่
แม่น้ำมัดตรึงความโศกตรมอันดื้อรั้นแห่งตนไว้กับท้องทะเล
ถูกทิ้งละผละไปดุจท่าน้ำยามอรุณรุ่ง
คือวารแห่งการจากลา อนิจจา ผู้ถูกทอดทิ้ง!
บนหัวใจฉันพร่างพรมด้วยกลีบบุปผาอันเย็นเยียบ
อนิจจา หลุมบ่อแห่งหยากเยื่อ
ถ้ำหฤโหดแห่งชาวเรืออับปาง!
ในเธอ ไฟสงครามและการโบยบินสะสมถมทวี
จากเธอ หมู่วิหคแห่งบทเพลงกระพือปีกบิน
เธอกลืนกินทุกสิ่ง ประหนึ่งทางไกลแสนไกล
เปรียบดุจท้องทะเล
ดังเช่นกาลเวลา ทุกสิ่งในเธอคือนาอับปาง!
คือโมงยามความรื่นเริงแห่งการจู่โจมและจุมพิต
ช่วงยามความตื่นตะลึงซึ่งโชนแสงเฉกเช่นประภาคาร
แรงปรารถนาแห่งนายเรือ
ความโกรธเกรี้ยวของนักประดาน้ำผู้มืดบอด
แรงลุ่มหลงสับสนแห่งรัก ทุกสิ่งในเธอคือนาวาอับปาง!
ฯลฯ
จากคอลัมน์ ร่มรื่นในเงาคิด
โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร มติชนสุดสัปดาห์
ฉบับที่ ๑๓๕๘ ๒๕-๓๑ สิงหาคม ๒๕๔๙