Szczegóły książki
Format
Twarda okładka
Strony
840
Język
Tajski
Opublikowany
Jan 1, 2007
Wydawca
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษย์ศาสตร์
ISBN-10
9749265475
Opis
ราชอาณาจักรและราษฎรสยาม (อังกฤษ: The Kingdom and People of Siam) เป็นหนังสือที่เขียนขึ้นโดยเซอร์จอห์น เบาริง ในปี พ.ศ. 2398 หลังจากที่ได้กลับจากการทำสนธิสัญญาเบาริ่งในสยามเสร็จลงแล้ว โดยได้เขียนคำนำเสร็จในปี พ.ศ. 2399 ซึ่งในปีนั้นเซอร์จอห์น เบาริ่งกำลังดำรงตำแหน่งเป็นข้าหลวงฮ่องกงของอังกฤษ ในปี พ.ศ. 2400 ได้นำต้นฉบับหนังสือนี้ไปตีพิมพ์ที่อังกฤษ หรือ 2 ปีจากการลงนามในสนธิสัญญาเบาริ่ง นับเป็นหนังสือสำคัญที่สุดเล่มหนึ่งเกี่ยวกับสยามประเทศ หนังสือเล่มนี้มีทั้งสิ้น 1010 หน้า ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 เล่ม 16 บท ภาคผนวก 17 ตอน [1]
หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวประเทศสยามตั้งแต่เรื่องของสภาพภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ ผลิตผลธรรมชาติ ประเทศราชของสยาม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอุษาอาคเนย์ แม้กระทั่งบันทึกประจำวัน 1 เดือนเต็มของเซอร์จอห์น เบาริง เบาริงเป็นคนละเอียดลออรู้เรื่องระบบบัญชีดังนั้นจึงเก็บรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับสยามมากมายเลยคณานัปนอกเหนือจากเนื้อหาที่น่าสนใจแล้วเบาริงยังมีรูปภาพประกอบด้วยมีทั้งหมด 19 รายการรูปแม่น้ำเจ้าพระยา วัง วัด พระแก้วมรกตและช้างเผือก อีกด้วย
หนังสือชุดนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2399 ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษและการศึกษาเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างยากซึ่งในการตีพิมพ์นั้นพิมพ์ออกมาน้อยจึงมักมีคนสะสมเก็บของเก่าทำให้ไม่สะดวกและการศึกษาค้นคว้าแต่เป็นที่น่าดีใจในปี พ.ศ. 2512 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และให้ ศ. เดวิจ วัยอาจ เขียนคำนำให้แต่ในการตีพิมพ์ครั้งนี้เป็นที่น่าเสียดาย ในการตีพิมพ์ได้ตัดรายละเอียดเกี่ยวกับพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
เซอร์จอห์น เบาริ่ง 1 ปีก่อนที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต (พ.ศ. 2410) ซึ่งคือช่วงเวลาเดียวกับที่เบาริ่งได้ตีพิมพ์หนังสือเสร็จสมบูรณ์ และอีก 4 ปีต่อมาเขาก็เสียชีวิตลงด้วยวัย 80 ปี
หนังสือเล่มนี้เป็นจดหมายเหตุของยุคหนึ่งของสยามประเทศโดยผงาดขึ้นมาท่ามกลางหนังสือยุคคลาดสิคอย่างบันทึกของลาลูแบร์ในสมัยอยุธยา หรืออีกเล่มหนึ่งอย่างหนังสือของสังฆราชปัลเลอร์กัวซ์ ซึ่งหนังสือทั้งสองเล่มที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนมีประสบการณ์ใช้ชีวิตในสยามตลอดทั้งชีวิตแต่เบาริงอยู่ในสยามเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น รายละเอียด เนื้อหาและการเขียนของหนังสือเล่มนี้จึงอ้างอิงหนังสือทั้งสองเล่มข้างต้นมาอย่างมากมาย สำนวนที่เบาริ่งได้นำเสนอในหนังสือของเขานั้นได้นำมาจากภาษาละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมถึงภาษาจีน และภาษาอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นผลมาจากการค้นคว้าเรื่องราวของชาวสยามอย่างจริงจังของเขา
เบาริ่งเป็นผู้ว่าการเมืองฮ่องกงและเป็นอัครราชทูตประจำประเทศจีนเป็นเวลา 9 ปีภารกิจแรกสุดของเขา คือ ภารกิจพิเศษในสยามที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากอาชีพของเขาทั้งก่อนและหลังมาเยือนกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2398 นั้นมีความหลากหลายและก่อประโยชน์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในอีกหลายปีต่อมาเขาจะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในชีวิตข้าพเจ้า ผลของภารกิจนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งเรื่องราวของการทำสนธิสัญญา เหตุการณ์ได้ปรากฏอยู่ภายในหนังสือเล่มนี้
หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยเรื่องราวประเทศสยามตั้งแต่เรื่องของสภาพภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ ผลิตผลธรรมชาติ ประเทศราชของสยาม ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอุษาอาคเนย์ แม้กระทั่งบันทึกประจำวัน 1 เดือนเต็มของเซอร์จอห์น เบาริง เบาริงเป็นคนละเอียดลออรู้เรื่องระบบบัญชีดังนั้นจึงเก็บรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับสยามมากมายเลยคณานัปนอกเหนือจากเนื้อหาที่น่าสนใจแล้วเบาริงยังมีรูปภาพประกอบด้วยมีทั้งหมด 19 รายการรูปแม่น้ำเจ้าพระยา วัง วัด พระแก้วมรกตและช้างเผือก อีกด้วย
หนังสือชุดนี้พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2399 ที่กรุงลอนดอนประเทศอังกฤษและการศึกษาเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ค่อนข้างยากซึ่งในการตีพิมพ์นั้นพิมพ์ออกมาน้อยจึงมักมีคนสะสมเก็บของเก่าทำให้ไม่สะดวกและการศึกษาค้นคว้าแต่เป็นที่น่าดีใจในปี พ.ศ. 2512 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด ได้ตีพิมพ์หนังสือเล่มนี้ซ้ำอีกครั้งหนึ่ง และให้ ศ. เดวิจ วัยอาจ เขียนคำนำให้แต่ในการตีพิมพ์ครั้งนี้เป็นที่น่าเสียดาย ในการตีพิมพ์ได้ตัดรายละเอียดเกี่ยวกับพระราชลัญจกรของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย
เซอร์จอห์น เบาริ่ง 1 ปีก่อนที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จสวรรคต (พ.ศ. 2410) ซึ่งคือช่วงเวลาเดียวกับที่เบาริ่งได้ตีพิมพ์หนังสือเสร็จสมบูรณ์ และอีก 4 ปีต่อมาเขาก็เสียชีวิตลงด้วยวัย 80 ปี
หนังสือเล่มนี้เป็นจดหมายเหตุของยุคหนึ่งของสยามประเทศโดยผงาดขึ้นมาท่ามกลางหนังสือยุคคลาดสิคอย่างบันทึกของลาลูแบร์ในสมัยอยุธยา หรืออีกเล่มหนึ่งอย่างหนังสือของสังฆราชปัลเลอร์กัวซ์ ซึ่งหนังสือทั้งสองเล่มที่ผ่านมานั้น ผู้เขียนมีประสบการณ์ใช้ชีวิตในสยามตลอดทั้งชีวิตแต่เบาริงอยู่ในสยามเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น รายละเอียด เนื้อหาและการเขียนของหนังสือเล่มนี้จึงอ้างอิงหนังสือทั้งสองเล่มข้างต้นมาอย่างมากมาย สำนวนที่เบาริ่งได้นำเสนอในหนังสือของเขานั้นได้นำมาจากภาษาละติน ฝรั่งเศส อังกฤษ รวมถึงภาษาจีน และภาษาอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเป็นผลมาจากการค้นคว้าเรื่องราวของชาวสยามอย่างจริงจังของเขา
เบาริ่งเป็นผู้ว่าการเมืองฮ่องกงและเป็นอัครราชทูตประจำประเทศจีนเป็นเวลา 9 ปีภารกิจแรกสุดของเขา คือ ภารกิจพิเศษในสยามที่เกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ เนื่องจากอาชีพของเขาทั้งก่อนและหลังมาเยือนกรุงเทพฯ เมื่อ พ.ศ. 2398 นั้นมีความหลากหลายและก่อประโยชน์ จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ในอีกหลายปีต่อมาเขาจะเห็นว่าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งในชีวิตข้าพเจ้า ผลของภารกิจนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ สนธิสัญญาเบาริ่ง ซึ่งเรื่องราวของการทำสนธิสัญญา เหตุการณ์ได้ปรากฏอยู่ภายในหนังสือเล่มนี้