Book Details
Format
Paperback
Pages
324
Language
Thai
Published
Jan 1, 2009
Publisher
มูลนิธิอันวีกษณา
ISBN-10
6169159936
ISBN-13
9786169159933
Description
บทสนทนาที่สำคัญระหว่างผู้นำจิตวิญญาณผู้ยิ่งใหญ่และนักฟิสิกส์นามกระเดื่อง ที่ให้ความกระจ่างในปัญหาที่เป็นรากฐานของการดำรงอยู่ของมนุษย์ หนังสือเริ่มต้นด้วยคำถาม "มนุษยชาติเดินทางผิดหรือ จึงเป็นเหตุให้เกิดการแบ่งแยก ความขัดแย้ง และการทำลายล้างอย่างไม่สิ้นสุด?" คำถามนี้นำไปสู่การสำรวจธรรมชาติของความเป็นมนุษย์ ความสัมพันธ์ของบุคคลกับสังคม และค้นหาความกระจ่างแจ้งใหม่ว่าด้วยกระบวนความคิดของมนุษย์ ความตาย การตื่นขึ้นของการเห็นแจ้ง ระเบียบแห่งจักรภพ และ ปัญหาของจิตที่แบ่งแยก
กฤษณมูรติและเดวิด โบฮ์ม เจาะลึกเข้าสู่คำถามว่า "ต้นตอที่แท้จริงของความขัดแย้งของมนุษย์ คือ การที่ปัจเจกบุคคลไม่มีความสามารถเผชิญกับความเป็นจริงภายใจจิตใจที่เราทั้งหญิงและชายเป็นอยู่จริงๆ จึงต้องหันไปสร้างเป้าหมายอันเป็นมายาที่ไม่มีอยู่จริง แล้วพยายามที่จะมีที่จะเป็นไปตามเป้าหมายนั้น ใช่หรือเปล่า"
เพราะเหตุใดมนุษยชาติจึงทำให้ความคิดสำคัญอย่างยิ่งยวดในทุกๆ บริบทของชีวิต
เรายอมให้ความคิดความรู้สึกซึ่งผูกติดอยู่กับเวลาเข้ามาทำงานในเรื่องที่ประณีตลุ่มลึกไม่เหมาะสมที่จะใช้ความคิดใช่ไหม
เราจะชะล้างจิตใจจาก "สิ่งสั่งสมจองกาลเวลา" และทะลวงผ่าน "แบบแผนของการกระทำที่เอาตนเป็นศูนย์กลาง" ได้อย่างไรหรือ
บุคคลผู้เห็นแจ้งจนไปพ้นจากความเป็นตัวตนจะสามารถช่วยคนอื่นๆ ให้เป็นอิสระจากโลกแห่งมายาได้หรือ
เป็นไปได้ไหมที่การเห็นแจ้งจะซ่อมแซม จะฟื้นฟูสมอง จะรักษาสภาพที่ถูกทำลายจากการดำเนินชีวิตผิดๆ มาปีแล้วปีเล่า
The Ending of Time สรุปว่า แม้มนุษย์เดินทางผิดมาโดยตลอด ก็ใช่ว่าจะไม่มีางรอด และยืนกรานอย่างถึงที่สุดว่า มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างถึงรากฐาน แต่ต้องไปพ้นจากประโยชน์ส่วนตน เพื่อยังประโยชน์ส่วนรวม และในที่สุดก้าวลึกไปสู่ความเมตตาการุณ ความรักและปัญญาอันบริสุทธิ์ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในปฐมภูมิที่อยู่เหนือพ้นไปจากความคิด พ้นไปจากเวลา อีกทั้งยังพ้นไปจากความว่างด้วย นั่นหมายถึง เราต้องมอบจิตใจของเรา หัวใจของเรา ทุ่มเททั้งชีวิตของเราเพื่อร่วมการสืบค้น สำรวจไปจนตลอดการสนทนาระหว่างกฤษณมูรติและโบฮ์มในครั้งนี้
จ. กฤษณมูรติ อุทิศชีวิตของเขาให้แก่การสอนและการปรึกษาหารือ เขาคือบุคคลสาธารณะที่เดินทางไปทั่วโลกอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อบอกกล่าว แบ่งปันสาระสำคัญของคำสอน ที่ผู้คนเหลือคณานับ ทุกเพศทุกวัย ได้ฟังได้อ่านมาอย่างพากเพียรจริงจัง
เดวิด โบฮ์ม อดีตศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทางฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ผลงานของเขา ได้แก่ Quantum Theory, Causality and Chance in Modern Physics and Wholeness and the Implicate Order
กฤษณมูรติและเดวิด โบฮ์ม เจาะลึกเข้าสู่คำถามว่า "ต้นตอที่แท้จริงของความขัดแย้งของมนุษย์ คือ การที่ปัจเจกบุคคลไม่มีความสามารถเผชิญกับความเป็นจริงภายใจจิตใจที่เราทั้งหญิงและชายเป็นอยู่จริงๆ จึงต้องหันไปสร้างเป้าหมายอันเป็นมายาที่ไม่มีอยู่จริง แล้วพยายามที่จะมีที่จะเป็นไปตามเป้าหมายนั้น ใช่หรือเปล่า"
เพราะเหตุใดมนุษยชาติจึงทำให้ความคิดสำคัญอย่างยิ่งยวดในทุกๆ บริบทของชีวิต
เรายอมให้ความคิดความรู้สึกซึ่งผูกติดอยู่กับเวลาเข้ามาทำงานในเรื่องที่ประณีตลุ่มลึกไม่เหมาะสมที่จะใช้ความคิดใช่ไหม
เราจะชะล้างจิตใจจาก "สิ่งสั่งสมจองกาลเวลา" และทะลวงผ่าน "แบบแผนของการกระทำที่เอาตนเป็นศูนย์กลาง" ได้อย่างไรหรือ
บุคคลผู้เห็นแจ้งจนไปพ้นจากความเป็นตัวตนจะสามารถช่วยคนอื่นๆ ให้เป็นอิสระจากโลกแห่งมายาได้หรือ
เป็นไปได้ไหมที่การเห็นแจ้งจะซ่อมแซม จะฟื้นฟูสมอง จะรักษาสภาพที่ถูกทำลายจากการดำเนินชีวิตผิดๆ มาปีแล้วปีเล่า
The Ending of Time สรุปว่า แม้มนุษย์เดินทางผิดมาโดยตลอด ก็ใช่ว่าจะไม่มีางรอด และยืนกรานอย่างถึงที่สุดว่า มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างถึงรากฐาน แต่ต้องไปพ้นจากประโยชน์ส่วนตน เพื่อยังประโยชน์ส่วนรวม และในที่สุดก้าวลึกไปสู่ความเมตตาการุณ ความรักและปัญญาอันบริสุทธิ์ ซึ่งมีแหล่งกำเนิดอยู่ในปฐมภูมิที่อยู่เหนือพ้นไปจากความคิด พ้นไปจากเวลา อีกทั้งยังพ้นไปจากความว่างด้วย นั่นหมายถึง เราต้องมอบจิตใจของเรา หัวใจของเรา ทุ่มเททั้งชีวิตของเราเพื่อร่วมการสืบค้น สำรวจไปจนตลอดการสนทนาระหว่างกฤษณมูรติและโบฮ์มในครั้งนี้
จ. กฤษณมูรติ อุทิศชีวิตของเขาให้แก่การสอนและการปรึกษาหารือ เขาคือบุคคลสาธารณะที่เดินทางไปทั่วโลกอย่างไม่หยุดหย่อน เพื่อบอกกล่าว แบ่งปันสาระสำคัญของคำสอน ที่ผู้คนเหลือคณานับ ทุกเพศทุกวัย ได้ฟังได้อ่านมาอย่างพากเพียรจริงจัง
เดวิด โบฮ์ม อดีตศาสตราจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิทางฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ผลงานของเขา ได้แก่ Quantum Theory, Causality and Chance in Modern Physics and Wholeness and the Implicate Order
Genres
Science & Technology